รวมพลขึ้นรถบัส เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารมื้อแรกในกรุงโซล นั่นก็คือ "ไก่ตุ๋นโสม" ระหว่างทาง ก็บันทึกภาพบรรยากาศของเมืองไปด้วย รถส่วนใหญ่ที่แล่นผ่านไป จะเป็นยี่ห้อ "ฮุนได" เกือบทั้งนั้น ซึ่งยุคนั้นน่าจะเป็นเพราะชาตินิยม ก็ต้องแอบชื่นชมไว้ด้วย
ผ่านโบสถ์สวยงาม ถ้าในภาพนี้ไม่มีตัวอักษรเกาหลีอยู่ตรงนั้น นึกว่ากำลังอยู่ในยุโรปซะอีก
ลงจากรถบัส ก็ต้องรีบวิ่งเข้าไปในร้านเพื่อหลบอาหารหนาวสุดๆ และได้ลิ้มรส "กิมจิ" และเหล้าอุ่นคล้าย "สาเก" ของญี่ปุ่น สังเกตว่าตะเกียบของชาวเกาหลีจะเป็นโลหะแบบนี้เท่านั้น
หลังจากรับประทาน "ซุปไก่ยัดไส้ด้วยต้นโสม" ซดน้ำซุปร้อนๆ รสขาดอร่อยกลมกล่อมแล้ว ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นดีจริงๆ เราก็ตรงไปยังร้านขายโสมเกาหลี
ไม่เพียงแต่คนกลัวความหนาว ต้นไม้ก็กลัวเหมือนกัน เลยต้องห่อหุ้มลำต้นแบบนี้ซักหน่อย
ระหว่างนั่งรถผ่านในกรุงโซล ผ่านตึกระฟ้ารูปทรงแปลกๆ ก็บันทึกภาพไว้ชื่นชมได้นานๆ
มองเห็นร้านอาหารริมทางเดิน ที่ต้องตั้งเต๊นส์ป้องกันลมหนาว
นี่คงเป็นอาหาร สร้างพลังงานเพื่อต่อสู้กับอากาศที่หนาวเย็น ที่เห็นวางขายอยู่โดยทั่วไป
ระหว่างนั่งรถไป ได้เห็นสนามกีฬาที่ใช้จัดแข่งขัน "ฟุตบอลโลก FIFA 2002" ที่ เกาหลี-ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพร่วมกันในปีนั้น แต่บันทึกภาพไว้ไม่ทัน
และแล้วเราก็มาถึง "ทงแดมุน" ย่านช๊อปปิ้งเสื้อผ้า ซึ่งเหมือนซื้อเสื้อผ้าในห้างแต่ถูกกว่า แต่ว่ามาฤดูกาลนี้ คงมีแต่เสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเป็นส่วนใหญ่ คงไม่เหมาะกับเมืองร้อนอย่างเรา เลยได้แต่ซื้อของกินและผลไม้เมืองหนาวแทน ... แต่สมัยนี้คนไทยไปเที่ยวเกาหลีกันเยอะ เขาคงเตรียมเสื้อผ้าเมืองร้อนไว้ขาย มากกว่าเมื่อ 7 ปีที่แล้วที่คนไทยยังไม่ค่อยไปเที่ยวเกาหลีกันมากนัก ... คงเพราะซีรีส์เกาหลี และนักร้องเกาหลี จริงๆ ที่ดึงคนไทยไปเที่ยวประเทศเขามากมายแบบนี้
บันทึกภาพสีสันสวยงาม และดูบรรยากาศชาวเกาหลี ที่แต่งกายสวยงาม มาเดินช๊อปปิ้งช่วงปีใหม่
เจ้าหน้าที่สาวสวยของทางห้าง "Doota" เชิญชวนเข้ามาเที่ยวในห้าง ท่ามกลางอากาศหนาว ดีที่เธอยืนใกล้เครื่องทำความร้อน หรืออยู่ในตู้อบ คล้ายตุ๊กตาในกล่องพลาสติก ไม่งั้นเธอคงยืนหนาวสั่นอย่างแน่นอน
ได้เวลาเดินทางไปอีกเมือง เพื่อพักค้างคืนและเดินทางไป "สกีรีสอร์ท" ตั้งแต่เช้า ... ระหว่างทางเห็นตึกสีทองสุกใส ริมแม่น้ำ ท่ามกลางอากาศขมุกขมัวในบางช่วงเวลา
รวมทั้งผ่าน "ประตูวังนัมแดมุน" ซึ่งภาพนี้อาจเป็นภาพประวัติศาสตร์ไปแล้วก็ว่าได้ เพราะประตูดังกล่าวถูกเผาวอดไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ค.ศ. 2008 ... จากประวัติของประตูนี้ ผ่านการรุกรานของญี่ปุ่นในช่วงยุคโชซอนในปี ค.ศ.1592 และการรุกรานของชาวแมนจู ในปี ค.ศ. 1636 มาได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องมาเสียท่าให้กับสิ่งที่ตำรวจตั้งข้อสงสัย คือ "การวางเพลิง" ทำให้ประตูเมืองนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้วในกรุงโซล ... เป็นประตูอายุกว่า 600 ปีถูกแต่งตั้งให้เป็นสมบัติแห่งชาติอันดับแรก ในเดือนธันวาคมปี ค.ศ.1962
ไว้มาติดตามตอนต่อไป จะพาไปเที่ยว "ยังจิไพน์สกีรีสอร์ท" ระหว่างนี้ ชม 5 สาวเกาหลี ร้องเต้นไปพลางๆ ก่อน หากจะขยับท่าทางตาม ก็ไม่ว่ากัน และตอนต่อไป อากาศหนาวสุดๆ ท่ามกลางหิมะขาวโพลน ... แล้วพบกันเร็วๆ นี้